จำหน่าย ปั๊มลม และ Air Compressor

พาไปรู้จัก 6 ประเภทปั๊มลม เพื่อการเลือกใช้งานที่ตอบโจทย์  

ในแวดวงอุตสาหกรรม “ปั๊มลม” ถือเป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี อย่างไรก็ตามตัวปั๊มเองก็มีหลายประเภทให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม การแยกให้ชัดเจนว่าเครื่องแบบไหนใช้งานอย่างไรย่อมช่วยให้เกิดผลลัพธ์น่าพึงพอใจสูงสุด จึงอยากพาไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์ประเภทนี้ซึ่งมีด้วยกัน 6 ประเภทหลักอย่างละเอียด ทำให้การเลือกใช้งานตอบโจทย์ ผ่านไปได้ราบรื่น ไร้ปัญหากวนใจ

รู้จัก 6 ประเภทปั๊มลม เพื่อการใช้งานตอบโจทย์ไร้ปัญหา

  1. เครื่องปั๊มลมแบบสกรู (Screw Air Compressor)

ปั๊มลมสกรูจะนิยมใช้ในแวดวงโรงงาน โรงพิมพ์ มีตัวสกรูโรเตอร์เกลียวสกรูคู่กันในการผลิตลม ไม่มีลิ้นสำหรับเปิด-ปิด ต้องอาศัยระบบระบายความร้อนที่ดี เลือกได้ทั้งระบบระบายด้วยอากาศ หรือระบายความร้อนด้วยน้ำถ้าเป็นเครื่องที่มีขนาดใหญ่ สามารถจ่ายลมได้ 170 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที สร้างแรงดันได้ 10 บาร์

  1. เครื่องปั๊มลมแบบลูกสูบ (Piston Air Compressor)

ถือเป็นปั๊มลมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยจุดในการสร้างแรงดันอัดลมตั้งแต่ 1 บาร์ จนถึง 1,000 บาร์ ทำให้ตัวปั๊มทำงานได้ทั้งระดับความดันต่ำ ปานกลาง ถึงระดับสูง หากเป็นแบบสายพานจะทำงานเงียบ หรือบางรุ่นเป็นมอเตอร์ในตัวเรียกกันว่า “ลูกสูบโรตารี่” ทำให้ลมถูกผลิตได้เร็วกว่าแบบสายพาน ลูกสูบทำงานตามแนวดิ่งจึงมีการดูดและอัดในกระบอกสูบ

  1. เครื่องปั๊มลมแบบใบพัดเลื่อน (Sliding Vane Rotary Air Compressor)

เป็นอีกปั๊มลมที่มีจุดเด่นมากในด้านเสียงการทำงานเงียบ การหมุนจะราบเรียบแบบสม่ำเสมอ การอัดอากาศคงที่ ไม่มีวาล์วหรือลิ้นเปิด-ปิด มีพื้นที่ทำงานแบบจำกัด เกิดความร้อนง่าย ต้องใช้ความประณีตในการทำงาน สามารถผลิตลมได้ตั้งแต่ 4 – 100 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที และความดันทำได้ 1 – 10 บาร์ เมื่อโรเตอร์ใบพัดหมุน อากาศจึงถูกดูดจากช่องลมเข้าโดยอัดอากาศจากพื้นที่กว้างไปแคบและส่งต่อไปช่องลมออก

  1. เครื่องปั๊มลมแบบไดอะแฟรม (Diaphragm Air Compressor)

เครื่องประเภทนี้จะใช้อุปกรณ์ปั๊มลมเป็นตัวไดอะแฟรมสำหรับดูดอากาศ ทำงานเหมือนลูกสูบ ลิ้นด้านดูดเข้า-ออกทำงานแบบไม่โดนชิ้นส่วนที่เป็นโลหะ ลมอัดจึงไม่มีน้ำมันหล่อลื่นผสม เป็นลมสะอาด ความปลอดภัยสูง แต่สร้างแรงดันได้น้อย ส่วนใหญ่ใช้ในแวดวงอุตสาหกรรมยา อาหาร สารเคมี ใช้เลี้ยงสัตว์น้ำ เพราะเสียงที่เงียบและได้ลมที่มีความสะอาด

  1. เครื่องปั๊มลมแบบกังหัน (Radial and Axial Flow Air Compressor)

ปั๊มลมประเภทต่อมาจะเป็นแบบกังหัน มีอัตราการจ่ายลมสูง รูปแบบใบพัดดูดอากาศจากอีกด้านด้วยความเร็วจากนั้นจึงส่งต่อไปออกอีกด้าน โรเตอร์หมุนด้วยความเร็วสูง การออกแบบใบพัดจึงสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับอัตราการจ่าย และผลิตลม โดยทั่วไปจะผลิตลมได้ 170 – 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที

  1. เครื่องปั๊มลมแบบใบพัดหมุน (Roots Air Compressor)

ปั๊มลมประเภทสุดท้ายจะมีลักษณะใบพัดหมุน 2 ตัว ในทิศตรงกันข้าม หรือแบบกังหัน เมื่อโรเตอร์หมุนอากาศจะถูกดูดจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งโดยปริมาตรไม่เปลี่ยนแปลง อากาศไม่ถูกบีบอัด ยกเว้นตอนส่งเข้าไปยังถังเก็บลม ปั๊มดังกล่าวมีต้นทุนผลิตสูง ไม่ต้องใช้การหล่อลื่นมาก ไม่มีลิ้น แต่ระบายความร้อนได้ดี

เมื่อรู้จักกับทั้ง 6 ประเภทของปั๊มลมแล้ว เชื่อว่าจะทำให้ทุกคนเกิดความเข้าใจถึงการทำงานที่แตกต่างกัน สามารถเลือกใช้ให้ตอบโจทย์ ทั้งนี้การเลือกซื้อกับผู้จำหน่ายที่ได้มาตรฐานก็สำคัญมาก ได้สินค้าคุณภาพ คุ้มค่ากับการลงทุน และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของชิ้นงานให้ดีที่สุดอีกด้วย